ฤดู จาก wiki หมายความว่า
[1] ส่วนของปีซึ่งแบ่งโดยถือเอาภูมิอากาศเป็นหลัก มักแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ ฤดูฝน ฤดูหนาว และฤดูร้อน หรือเป็น 4 ช่วง คือ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว ที่แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ฤดูแล้งกับฤดูฝน ก็มี
[2] เวลาที่กำหนดสำหรับงานต่างๆ เช่น ฤดูเก็บเกี่ยว ฤดูทอดกฐิน ฤดูถือบวช เวลาที่เหมาะ เช่น ฤดูสัตว์ผสมพันธุ์
[3] คราว, สมัย
ตอนอาศัยที่เมืองไทยไม่ค่อยได้สนใจความแตกต่างของฤดูเท่าไร อาจจะเป็นเพราะถึงมีการแบ่งฤดูออกเป็น สามช่วง คือ ฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว แต่อากาศจะ ร้อน ร้อน ร้อน
พอมาอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้ว เริ่มที่จะสนใจฤดูกาลขึ้นมา เพราะ ที่นี่เวลาเปลี่ยนฤดู อากาศ สิ่งแวดล้อม ค่อนข้างเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน
ที่นี่แบ่งฤดูออกเป็น สี่ ช่วง
ฤดูร้อน – ร้อนพอๆ กับเมืองไทย หรือร้อนยิ่งกว่าเมืองไทย อากาศทั้งร้อน ทั้งเหนียวตัว แถมมีคนตายเพราะอากาศร้อน สงสัยจะประหยัดไฟช่วยชาติกัน แล้วก็มีฝนตก พายุเข้า
ฤดูใบไม้ร่วง – เริ่มเย็น สบายๆ ลัลล้า สิ่งที่จะเห็นได้ชัดคือ ใบไม้ร่วง เต็มพื้น
ฤดูหนาว – หนาว หนาว หนาว ต้องใส่เสื้อกันหนาว หรือไม่ก็หิมะตก ต้องเปิดเครื่องทำความร้อน ว่ายน้ำไม่ได้เพราะหนาวจัด
ฤดูใบไม้ผลิ – เริ่มอุ่นขึ้นมาหน่อย อากาศกำลังสบาย ดูดอกไม้บาน คล้ายกับใบฤดูใบไม้ร่วง แต่อากาศจะเปลี่ยนในทางตรงข้าม
เวลาที่เปลี่ยนฤดูสิ่งที่เปลี่ยนแปลง
- อากาศ อุณหภูมิ แน่นอนแหละ
- เครื่องแต่งตัว ร้อนก็ใส่บ้าง หนาวก็หนา แต่ ฤดูร้อน สาวๆ จะแต่งตัวมิดชิด เพราะ เดี๋ยวดำ ฤดูหนาว จะเปิดหน่อย เพราะ เพื่อความสวยหนาวไม่เป็นไร
- สถานที่เที่ยว บ้างสถานที่ปิดบ้างฤดู เพราะเปิดก็เจ็ง เช่น สระว่ายน้ำ, งานเทศกาลทำตามฤดูกาล
- อาหารการกิน หน้าร้อนจะมีของเย็นเผ็ดขาย หน้าหนาวจะมีของอุ่นขาย
- ทัศนีภาพ (เรียกสะ หรู)
- แสงแดด ฤดูร้อน เวลากลางวันจะยาวกว่ากลางคิน ฤดูหนาวเวลากลางคืนจะยาวกว่ากลางวัน
ดังนั้นทำให้
- คนญี่ปุ่นเสื้อผ้าเยอะ และแบ่งตามฤดู เวลานี้ต้องชุดนี่เท่านั้น
- คนญี่ปุ่นตรงเวลา เพราะต้องดูนาฬิกา ดูแสงแดดไม่ได้
- คนญี่ปุ่นไปเที่ยว ตามฤดู คนเลยเยอะ เพราะเวลาอื่นไปเที่ยวแล้ว ไม่สวยเพราะดอกไม้ยังไม่บาน, เข้าไม่ได้เพราะปิด, ทำกิจกรรมไม่ได้เพราะหนาวเกิน
แต่ที่ญี่ปุ่นไม่มีฤดูฝน โดยปกติที่นี่ฝนจะเริ่มตกช่วงฤดูใบไม้ผลิ ผ่านฤดูร้อน ถึงต้นฤดูใบไม่ร่วง ที่ไม่มีฤดูฝนอาจจะเป็นเพราะว่า ฤดูเยอะแล้ว
เท่าที่คุยกับคนญี่ปุ่น มักจะได้ยินว่าไม่ชอบฤดูหนาว เพราะว่าใช้ชิวิตลำบาก เลยชอบเมืองไทยเพราะว่าร้อนตลอดปี อยู่สบาย
แต่เรารู้สึกว่าฤดูร้อนที่ญี่ปุ่นนี่ทรมานมากกว่าเมืองไทย เพราะว่า ประหยัดไฟกัน จนรู้สึกว่ามีแอร์ไว้ดักฝุ่นหรือป่าวที่บริษัทจะเปิดแอร์เมื่ออุณหภูมิ 30 องศา ตั้งแอร์ไว้ที่ 28 องศา เปิดเพื่อให้รู้ว่ามีแอร์นะ แต่ไม่เย็น
สุดทัายไม่ว่าฤดูไหนขอให้มีความสุข ก็เป็นฤดูที่ดีทุกฤดูละ 55555
Share on Facebook
料理の動詞を勉強しましょう。読んで見て覚えます。
炊ける ー> ご飯が炊ける。
炊く ー> ご飯を炊く。

炊ける-炊く
煮える ー> 鳥が煮える。
煮る ー> 鳥を煮る。

煮るー煮える
炒める ー> 野菜と肉を炒める。

炒める
焼ける ー> 2斤まで焼ける。
焼く ー> 炭火で肉と野菜を焼く。
Share on Facebook

子供の日
วันนี้ วันเด็กที่ญี่ปุ่น และก็หยุดวันสุดท้ายของ GW (Golden week) แล้ว แต่ตัวเองไม่ได้หยุด ฮือๆๆ ช่วงนี้รู้สึกดีหน่อย ได้กลับบ้านเร็ว แต่ก็กว่าจะถึงหอได้ก็ 3 ทุ่มกว่า 55555 เร็วแล้วนะนี่ เห็นบ้างบ้านเอาธงปลาคร๊าฟมาประดับเหมือนในการตูนเลย ประเทศนี้ดูค่อนข้างดูแลเด็กดีเลยที่เดียว พวกเด็กจะสามารถโว้ยวาย เล่นในรถไฟได้ 55555 แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่ พูดเสียงดังนี่โดนด่า(ในใจ เหอๆ)
เมื่อวานไปไป pc depot มาเสียตังอีกและ ไปซื้อหูฟังกับไมค์ใหม่มา ที่น่าสนใจคือเป็น USB port เสียบปุ๊บ ใช้ได้เลย แต่ก็มีปัญหาตามมาว่า USB port มันหมด ไม่นึกว่าจะหมดไว้ขนาดนี้นะนี่ เท่านั้นยังไม่พอ ไปซื้อ switch 100 MB มาสร้างอาณาจักรอีก ราคาแค่ 1000 เยนเลยทีเดียว ถูกจริง ที่ซื้อเพราะว่า คอมอีกเครื่อง wireless มันไม่ค่อยจะดีเท่าไรอะน้า
ช่วงนี้ขายของไม่ค่อยได้เลย ฮือ กรอบๆ สงสัยต้องเปลี่ยนวิธีใหม่และ
Share on Facebook
วันนี้เป็นหวัดแหะ ปวดหัวนิดหน่อย แต่ก็ยังดีที่มีไข้ไม่มากเท่าไร น่าจะพอวิ่งเล่นได้ วันนี้น่าจะไปงานล่าหน่อไม้ ไปขุดหน่อไม้เล่นกัน หุหุ ดีจริง!! ตอนนี้เริ่มเข้า GW และ ทุกคนจะหยุดยาวกันเกือบหมดเลย
เมื่อวานกินข้าวหน้าเนื้อที่ทำงานมา 500 เยน แพงจริง ปกติกินประมาณ 300 เยนได้ รู้สึกเนื้อมันเหนียวจริงแฮะ ท่าทางจะไม่ค่อยถูกกับข้าวหน้าเนื้อเท่าไรนะ แต่ก็ได้ประสบการณ์ละกัน จริงรู้สึกว่าที่มันแพง เพราะว่ากล่องมันสวยอย่างเดียวหรือป่าวเนี่ย
จะว่าไปเริ่มร้อนขึ้นและ ก็ดีเหมือนกัน สงสัยต้องไปซื้อเสื้อใหม่สะหน่อย สงสัยต้องไป uniqlo สะแล้ว ถูกดี
Share on Facebook

静岡駅
วันนี้ไปต่อ visa มา เหนื่อยจริง สงสัยจะแก่และ พอไปต่อเสร็จ ต้องกลับไปทำใหม่อีก เพราะลืมทำ re-entry เสียเวลาจริงเลย
เวลาที่จะต่อ visa จะต้องนั่งรถไฟไป 静岡 ใช้เวลาประมาณ 1 ชม แล้วเดินไปอีกสัก 15 นาที ถึงจะถึงที่ต่อ visa ได้ ตอนเวลาทำรอต่อ visa ก็เห็นคนจากหลายประเทศดี เห็นแล้ว มี จีน ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน ศรีลังกา อเมริกา แล้วก็ไทยเนี่ย ที่น่าสนใจคือเวลาจะจ่ายเงินค่าทำ visa ต้องไปซื้อเหมือน stamp ดวงละ 3000 เยน คงคล้ายๆกับ อากรแสตมป์บ้านเราละมั้งนี่
ตอนนี้ใกล้ GW <— Golden Week หยุดยาวเกือบ 2 สัปดาห์ แต่ว่า ไปไหนไม่ได้ ฮือๆๆ ต้องรอทดสอบบั๊ก แต่ก็ดีไปเที่ยวช่วงนี้คนก็เยอะ เหนื่อยอีก
วันนี้เริ่มฝนตกอีกและ หลังจากหยุดไป 1 วัน ลืมเก็บผ้าที่ตากไว้เลย
ビーザ = Visa
ポップ = Pump
Share on Facebook
เมื่อวานกลับดึกอีกแล้ว ผ่านช่วงนี้น่าจะเลิกยุ่งสะที พอดีเดินไปเจอตู้น้ำใหม่ ที่น่าสนใจคือ ราคามันแค่ 80 เยน เท่านั้น แต่ว่าจะเป็นตู้น้ำกล่องเท่านั้น (แบบกล่องนม) สงสัยขวด pet แบบ ขวดโออิชิที่เมืองไทยนี่ท่าจะแพง นานๆจะได้เห็นตู้น้ำราคาถูกสะที
ช่วงนี้เขียนแต่เกี่ยวกับอาหาร สงสัย กินกับนอนอย่างเดียว อ้วนเลย แต่พูดไปมาอยู่ที่นี่ก็ ไม่ค่อยได้กินอาหารญี่ปุ่นเท่าไร สงสัยจะต้องไปหาทานสะหน่อยและ
สัปดาห์ที่ผ่านมา ฝนตก และก็หนาวขึ้นมาอีก เวลาตื่นนอนก็ปวดหัว เพราะหนาว เวลาเดินไปทำงานก็ตากฝน สงสัยต้องซื้อร่มสะหน่อย อยู่มาได้ไงไม่มีร่ม เดือนหน้าคาดว่าน่าจะเตรียมย้ายหอสะหน่อย ไปอยู่ใกล้ที่ทำงานมากขึ้น
ช่วงนี้ ถ้ามีเวลาว่างก็อยากเขียนเวพ เล่นสะหน่อย สงสัยต้องเริ่มต้นปลูกต้นไม้บ้างละ หุหุ ไปเห็น keyboard arc (マイクロソフト Arc) มันเท่ห์จริงๆเลย สงสัยต้องเก็บตังซื้อสะหน่อยและ

マイクロソフト Arc
Share on Facebook
วันนี้เหนื่อยจริง กว่าจะไล่เจอ bug แต่ไงก็ต้องสู้ต่อไป
วันนี้หมดแรงเขียนแล้ว … เจอกันพรุ้งนี้
Share on Facebook

自動販売機
วันนี้เจอบั๊กท่วมเลย ฮือ แต่ก็นะดีกว่าว่างงาน กลับดึกเลยทีนี่ ท่าทางจะแก้ยังไม่ได้อีก ปวดหัวจริง ตอนขากลับไปจอตู้ขายน้ำ จริงก็เหมือนตู้ทั่วไปแหละ แต่ที่แปลกใจคือ มันปิดอยู่ (คือปกติตู้ขายน้ำมันจะขาย 24 ชั่วโมงแหละ) ก็เลยเข้าไปดูๆ ได้ยินเสียงแปลก เหมือนมันจะเริ่มทำงาน สักพัก มันก็เปิดขึ้นมาเอง
ตกจายหมดเลย
คิดไปคิดมา มันคือ Sleep mode นี่เอง ระดับโลกจริง ประหยัดไฟเวลาไม่มีคนซื้อ
← ตู้นี้ไม่ sleep นะ แต่ว่ามีบัตรสะสมแต้ม
ที่นี่ค่าแรงคนแพงพวกเครื่องขายของอัตโนมัติ ซื้อมาตั้งเลยคุ้ม ปกติแล้ว ราคาของที่ซื้อจากตู้จะแพงกว่า ไปตามร้านประมาณ 20 – 30 เยนได้ แต่จะพอๆ กับพวก mini-mart ที่นี่ mini mart ของราคาแพง
ก็นะ ถ้ามาเมืองไทยคงจะลำบากน่อ อาจจะจ้างคนคุ้มกว่า เพราะว่า ถ้ามีตู้ขายของอย่างเดียว อาจโดนงัดได้
Share on Facebook

布団下
วันนี้ออกจากบ้านไปซื้อของ เดินทั้งวันเนื่องจากจักรยานยางรั่ว ถือว่าลดความอ้วนไปละกัน ที่ออกจากบ้านวันนี้ตั้งใจจะไปซื้อที่รองนอน เพราะว่าเตียงที่นอนอยู่ตอนนี้มันบางเหลือกัน นอนแล้วปวดหลังจริง เลยไป ニトリ (นิโทริ)สักหน่อย แล้วก็ได้ที่รองนอนสมใจ หมดค่าเสียหายไป 3000 เยน
พอตอนเดินกลับ ก็ผ่านร้าน 松屋 ทนไม่ไหวต้องเข้าไปกินข้าวหน้าเนื้ออีก เสียไป 250 เยน จากนั้นก็ไปแวะ pc depot ซื้อของเล่นมาอีก 3000 เยน หมดตัว
ถ้ามีเวลาว่างๆ แล้วเดินนี่ก็ดีเหมือนกัน ได้เห็นอะไรหลายอย่างดี ได้ถ่ายรูปเก็บไว้เยอะเหมือนกัน ช่วงนี้เข้าฤุดูใบไม้ผลิแล้ว ดอกไม้สีสันสวยงามมากมายเลย
พูดถึงสีแล้ว ถ้ากลับเมืองไทยนี่ จะเหลือสีเสื้อใส่ได้กี่สีกันนะ หุหุ สีแดง สีเหลือง สีชมพู สีน้ำเงิน จริงๆ น่าจะมี สีเขียว อีกสีนึงนะ จะได้เป็นขบวนการเรนเจอร์กันเลยทีเดียว

名前の分からない花

Samurai Sentai Shinkenger
ขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
Share on Facebook